รู้จัก ข้อดี-ข้อเสีย ของอาหารเสริมแต่ละประเภท
ก่อนเริ่มผลิตอาหารเสริม

ผลิตอาหารเสริมอย่างชาญฉลาด รู้ข้อดี-ข้อเสีย
ของวิตามินแต่ละประเภท ก่อนสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง

ยุคนี้คนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยมีผลพวงมาจากสถานการณ์โรคภัยที่แพร่สะพัดไปทั่วโลกเมื่อปี 2019 ส่งผลให้ความต้องการบริโภคอาหารเสริม และวิตามินมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพ ปรับสมดุล และสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย เพื่อให้มีสุขภาพโดยรวมที่แข็งแรง สามารถเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้อาหารเสริมยังมีส่วนช่วยในการนอนหลับ และลดความเครียด ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้กระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกายของเราดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่เพียงแค่อาหารเสริมสำหรับการดูแลสุขภาพเท่านั้น ผู้บริโภคอีกจำนวนมากยังให้ความสนใจกับอาหารเสริมประเภทที่มีการส่งเสริมด้านความสวยความงาม อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน, เวย์โปรตีน อาหารเสริมโปรตีนพืช, อาหารเสริมลดน้ำหนัก, กาแฟลดความอ้วน หรืออาหารเสริมไฟเบอร์ เหล่านี้เป็นต้น

พบว่าในปัจจุบันมีการสร้างแบรนด์อาหารเสริมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ ส่งผลให้ธุรกิจผลิตอาหารเสริมคึกคักตามไปด้วย หากคุณเป็นอีกคนที่สนใจเกี่ยวกับการผลิตอาหารเสริม การสร้างแบรนด์อาหารเสริม หรือกำลังมองหาโรงงาน OEM อาหารเสริม การรู้จักข้อดี-ข้อเสียของวิตามินที่จะเป็นส่วนประกอบในอาหารเสริม ก่อนการทำแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง จะทำให้คุณเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ผลิตอาหารเสริมได้อย่างชาญฉลาด สามารถอ้างอิงจากคำแนะนำของแพทย์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ได้ และที่สำคัญคือการส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มอบชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภคอย่างปลอดภัย

ข้อดี และข้อเสียของวิตามินในอาหารเสริมแต่ละชนิด ที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด
การผลิตอาหารเสริมในยุคนี้ แม้ส่วนผสมของวิตามินเพียงแค่ตัวเดียว ก็สามารถเพิ่มคุณประโยชน์บนฉลากสินค้าได้มากมาย แต่การจะใส่ส่วนผสมใด ๆ ลงไปในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ควรทราบปริมาณที่เหมาะสม และมีความเข้ากันกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ต้องการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการทำแบรนด์อาหารเสริม ผลิตอาหารเสริมผิวขาว, ผลิตคอลลาเจนแบรนด์ตัวเอง, อาหารเสริมโปรตีนพืช หรือผลิตกาแฟแบรนด์ตัวเอง ซึ่งวิตามินในอาหารเสริมแต่ละชนิดมีทั้งข้อดี และข้อเสีย เรามาทำความรู้จักกับวิตามินต่าง ๆ ในอาหารเสริมกันเถอะ

  1. วิตามินกลุ่มละลายในน้ำ
    วิตามินซี (Vitamin C) และวิตามินบี (Vitamin B)
    เป็นวิตามินที่อยู่ในกลุ่มละลายในน้ำได้ มีความปลอดภัยสูงในการบริโภค แม้จะรับประทานจำนวนมาก ๆ ร่างกายก็จะสามารถขับออกมาได้เองในทุก ๆ วันผ่านการขับถ่าย และเหงื่อ จึงไม่ส่งผลให้เกิดการสะสมตกค้างในร่างกาย

    วิตามินซีมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย เป็นสารอนุมูลอิสระที่ช่วยสังเคราะห์คอลลาเจน ส่งผลให้มีผิวพรรณที่กระจ่างใส ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ส่วนวิตามินบีนั้นมีส่วนสำคัญในกระบวนการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายเพื่อให้เกิดพลังงาน สร้างกล้ามเนื้อ สร้างเซลล์เม็ดเลือด และบำรุงระบบต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  2. วิตามินกลุ่มละลายในไขมัน
    วิตามินกลุ่มที่ละลายในไขมันมีข้อจำกัดคือ หากมีการบริโภคเกินความต้องการของร่างกายอาจเกิดการสะสมได้ ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของตับ และสมอง ดังนั้นวิตามินเหล่านี้ควรมีการควบคุมปริมาณการบริโภค
    • วิตามินเอ (Vitamin A) ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต สามารถชะลอวัย สร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก และป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้ การได้รับวิตามินเอที่มากเกินไปจะส่งผลให้มีอาการปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ความแข็งแรงของกระดูกลดลง ไม่แนะนำให้บริโภคในหญิงตั้งครรภ์
    • วิตามินดี (Vitamin D) เสริมสร้างแคลเซียมในกระดูกและฟัน กระตุ้นการทำงานของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยลดน้ำตาลในเลือด แต่การมีแคลเซียม และฟอสเฟตซึ่งพบในวิตามินดีในปริมาณสูงเกินกว่าความจำเป็น จะเกิดการสะสมในไต ส่งผลให้แคลเซียมมีการตกตะกอนในเนื้อไต หรือตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย
    • วิตามินอี (Vitamin E) ช่วยแก้ปัญหาความบกพร่องของระบบสืบพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ ช่วยให้ผิวพรรณแห้งกร้านน้อยลง วิตามินอีมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่าย หรือเลือดไหลไม่หยุด ไม่เหมาะกับคนที่กำลังมีแผนจะเข้ารับการผ่าตัด หรือหญิงตั้งครรภ์ที่ใกล้คลอดบุตร
    • วิตามิน K (Vitamin K) มีความสำคัญต่อกระบวนการแข็งตัวของเลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ บำรุงกระดูกให้แข็งแรง แต่หากร่างกายมีปริมาณวิตามินเคที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลข้างเคียงที่อันตรายได้ เช่น ตัวร้อนวูบวาบ ประสาทรับรสผิดเพี้ยน, เจ็บปวดตามร่างกายคล้ายโดนเข็มทิ่มแทง, เหงื่อไหลมากกว่าปกติ เวียนหัวคลื่นไส้อาเจียน เหล่านี้เป็นต้น

เลือกโรงงานผลิตอาหารเสริมที่ไหนดี? ถ้าอยากสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเองที่ดีมีคุณภาพ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค
บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดดีที่สุด ทุกอย่างล้วนมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ขึ้นอยู่กับการนำไปปรับใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ เช่นเดียวกับการทำแบรนด์อาหารเสริมที่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ นอกจากองค์การอาหาร และยาจะช่วยปกป้องผู้บริโภคทางหนึ่งแล้ว แต่หากผู้ผลิต และเจ้าของแบรนด์มีการให้ความสำคัญกับการเลือกส่วนผสม เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของแบรนด์ย่อมประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยาก บริษัท เมดิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โรงงานผลิตอาหารเสริม ให้บริการรับผลิตอาหารเสริม และผลิตวิตามิน OEM ครบวงจร รับผลิตคอลลาเจน รับผลิตผงชงดื่ม รับผลิตอาหารเสริมกรอกปาก เม็ดฟู่ เจลลี่ เจล เม็ดอม ลิแคป กัมมี่ เม็ดเคี้ยว ซอฟเจล แคปซูล ฯลฯ รับผลิตอาหารเสริมไฟเบอร์ รับผลิตอาหารเสริมโปรตีนพืช รับผลิตเวย์โปรตีน รับผลิตอาหารเสริมผิวขาว รับผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนัก รับผลิตกาแฟลดความอ้วน ผลิตกาแฟแบรนด์ตัวเอง ฯลฯ สำหรับผู้สนใจสร้างแบรนด์อาหารเสริม เราคือบริษัทผลิตอาหารเสริมที่คิดค้นพัฒนาวิจัยสูตรโดยทีม R&D ผู้เชี่ยวชาญรวบรวมสารสกัดที่ดีที่สุดจากทั่วโลก การันตีความปลอดภัยในการบริโภค มีทีมงานวิจัยมืออาชีพ พร้อมช่วยคิดค้นสูตรเฉพาะภายใต้แบรนด์ของคุณอย่างมีมาตรฐานระดับสากล

บริษัท เมดิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โรงงานรับผลิตอาหารเสริมสร้างแบรนด์ โรงงานผลิตอาหารเสริมที่ดีที่สุด รับผลิตอาหารเสริม OEM บริการวิจัย-พัฒนา-วิเคราะห์สูตรอาหารเสริมครบวงจร โทร:  065-536-5155 อีเมล: maydi@s-milesgroup.com    
Facebook
Twitter
Line

บทความอื่นๆ