เคยหยิบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขึ้นมาแล้วเจอตัวอักษร MFG, EXP, LOT หรือ Best Before จนไม่แน่ใจว่าแต่ละคำหมายถึงอะไรหรือไม่? ข้อมูลเหล่านี้เป็นรายละเอียดสำคัญบนฉลากที่ผู้บริโภคควรตรวจสอบก่อนรับประทาน เพราะนอกจากจะช่วยให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์ผลิตเมื่อไรและควรบริโภคภายในช่วงเวลาใดแล้ว
ยังช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังรอบการผลิตได้อีกด้วย บทความนี้ Maydi International จะพาไปทำความเข้าใจวิธีดูวันผลิตและวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงความแตกต่างระหว่าง MFG, EXP, LOT และ Best Before แบบง่าย ๆกันค่ะ
MFG คืออะไร?
MFG ย่อมาจาก Manufacturing Date หรือวันที่ผลิต บางผลิตภัณฑ์อาจใช้คำว่า MFD (Manufactured Date) ซึ่งมีความหมายในลักษณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อธิบายว่า MFD และ MFG ใช้ระบุ “วันที่ผลิต” ของผลิตภัณฑ์ เช่น MFG : 21012026 หมายถึง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผลิตวันที่ 21 มกราคม 2026 หรือ พ.ศ. 2569 ดังนั้น เมื่อตรวจดูฉลากแล้วพบคำว่า MFG ไม่ได้หมายความว่าสินค้าหมดอายุในวันดังกล่าว แต่เป็นวันที่ผลิตสินค้าออกมานั่นเอง
EXP คืออะไร?
EXP ย่อมาจาก Expiry Date หรือวันหมดอายุ บางผลิตภัณฑ์อาจใช้ EXD หรือ Expiration Date ตัวอย่างเช่น EXP : 21012028 หมายถึง ผลิตภัณฑ์หมดอายุวันที่ 21 มกราคม 2028 หรือ พ.ศ. 2571 อย. แนะนำว่าเมื่อพ้นวันหมดอายุที่ระบุแล้ว ไม่ควรบริโภคผลิตภัณฑ์ต่อ สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การตรวจสอบ EXP จึงเป็นสิ่งที่ควรทำทุกครั้งก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ซื้อเก็บไว้เป็นเวลานาน หรือผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำออกจากกล่องบรรจุเดิม
Best Before หรือ “ควรบริโภคก่อน” ต่างจาก EXP อย่างไร?
อีกหนึ่งข้อความที่พบได้บนฉลากอาหารคือ Best Before / BBE = ควรบริโภคก่อน คำว่า “ควรบริโภคก่อน” และ “หมดอายุ” มีความหมายแตกต่างกันตามหลักเกณฑ์การแสดงฉลากอาหารของ อย. จึงไม่ควรนำวันที่หมดอายุมาแสดงแทนวันที่ควรบริโภคก่อน หรือใช้สองคำนี้ในความหมายเดียวกัน
โดยทั่วไป “ควรบริโภคก่อน” เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์ยังคงคุณภาพตามที่กำหนด ส่วน “หมดอายุ” เป็นวันที่กำหนดการสิ้นสุดอายุของผลิตภัณฑ์ตามเงื่อนไขที่ระบุ สำหรับผู้บริโภค หากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพ้นวันที่ที่ระบุบนฉลากแล้ว แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนำกลับมาบริโภค เนื่องจากไม่ควรสันนิษฐานเองว่าผลิตภัณฑ์ยังคงมีคุณภาพเช่นเดียวกับช่วงอายุการเก็บรักษาที่ผู้ผลิตกำหนด
LOT หรือ Batch No. คืออะไร?
LOT หรือ Batch No. ไม่ใช่วันหมดอายุ แต่เป็น “เลขประจำรุ่นการผลิต” ตัวเลขหรือตัวอักษรชุดนี้ใช้ระบุว่าสินค้าถูกผลิตมาจากการผลิตรอบใด ทำให้ผู้ผลิตสามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ล็อตนั้นได้
ตัวอย่างเช่น
LOT : MD260901
MFG : 01/09/2026
EXP : 01/09/2028
หากเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การแจ้งเลข LOT ให้ผู้ผลิตทราบจะช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลของสินค้ารอบนั้นได้สะดวกและแม่นยำมากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเลข LOT จึงมีความสำคัญในระบบการผลิตและการควบคุมคุณภาพ แม้ว่าจะไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้บอกว่าสินค้าหมดอายุเมื่อไรก็ตาม
สรุป MFG, EXP, LOT และ Best Before ต่างกันอย่างไร?
MFG / MFD
= วันที่ผลิตผลิตภัณฑ์
EXP / EXD
= วันหมดอายุ
Best Before / BBE
= วันที่ควรบริโภคก่อน
LOT / Batch No.
= เลขประจำรุ่นหรือรอบการผลิต ใช้สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ
เพียงแยก 4 คำนี้ออกจากกัน ก็จะช่วยให้อ่านรายละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ง่ายขึ้นมาก
ดูแค่วันหมดอายุเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?
แม้ผลิตภัณฑ์จะยังไม่ถึงวันหมดอายุ แต่สภาพสินค้าและการเก็บรักษาก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ก่อนบริโภคควรตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น
- บรรจุภัณฑ์ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่
- ซองมีรอยฉีกขาด รั่ว หรือมีความชื้นเข้าไปหรือไม่
- ฝาขวดหรือซีลมีความผิดปกติหรือไม่
- สี กลิ่น หรือลักษณะของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่
- ผลิตภัณฑ์ถูกจัดเก็บตามคำแนะนำบนฉลากหรือไม่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางประเภท โดยเฉพาะชนิดผง เม็ดฟู่ หรือวัตถุดิบที่ไวต่อความชื้น อาจได้รับผลกระทบจากความชื้น อุณหภูมิ แสง หรือการเปิด–ปิดบรรจุภัณฑ์บ่อยครั้งได้ ดังนั้น การเก็บรักษาตามเงื่อนไขที่ระบุบนฉลากจึงมีความสำคัญควบคู่ไปกับการตรวจสอบวันหมดอายุ
ทำไมการกำหนดอายุผลิตภัณฑ์จึงสำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม?
สำหรับผู้ที่กำลังสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เรื่องวันผลิต วันหมดอายุ และเลข LOT ไม่ได้เป็นเพียงข้อความเล็ก ๆ บนบรรจุภัณฑ์ แต่เกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอนตั้งแต่
- การพัฒนาสูตร
- การเลือกบรรจุภัณฑ์
- การควบคุมกระบวนการผลิต
- การกำหนดเงื่อนไขการเก็บรักษา
- การจัดทำฉลาก
- ไปจนถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ การแสดงรายละเอียดบนฉลากยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548 เรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยังคงมีสถานะบังคับใช้ และการแสดงฉลากอาหารยังต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องร่วมกันด้วย

เริ่มต้นพัฒนาแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับ Maydi International
Maydi International ให้บริการรับผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบ OEM และ ODM พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การพัฒนาสูตร การคัดเลือกวัตถุดิบ การเลือกบรรจุภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการเตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อออกสู่ตลาด เพราะการสร้างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหนึ่งแบรนด์ ไม่ได้มีเพียงการเลือกสารสกัดที่น่าสนใจ
แต่รายละเอียดตั้งแต่สูตร คุณภาพการผลิต บรรจุภัณฑ์ ฉลาก ไปจนถึงการตรวจสอบย้อนกลับ ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค หากคุณมีไอเดียและกำลังมองหาโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สามารถปรึกษาทีม Maydi International เพื่อเริ่มต้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปด้วยกัน








